การเดินทางของอลิซในแดนมหัศจรรย์เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดที่น่าตื่นเต้น เมื่อเธอถูกเรียกตัวให้ไปเป็นพยานในการพิจารณาคดีของ "Knave of Hearts" (แจ็คแห่งหัวใจ) ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความไร้เหตุผลและความโกลาหล
เมื่ออลิซปรากฏตัวในศาล ร่างกายของเธอกลับขยายใหญ่ขึ้นจนศีรษะแตะเพดานศาล ทำให้เธอรู้สึกว่าทุกคนรอบตัวดูเล็กจ้อยไปหมด อลิซกล่าวด้วยความแปลกใจว่า "How small you all are!" (พวกคุณทุกคนตัวเล็กจังเลย) ในระหว่างที่พยายามจะเข้าไปในที่นั่งพยาน เธอทำ "jury box" (กล่องคณะลูกขุน) ที่เต็มไปด้วยสัตว์ต่างๆ ล้มคว่ำลง สร้างความวุ่นวายไปทั่ว
เมื่อพระราชา (King of Hearts) พยายามใช้ "Rule 42" (กฎข้อที่ 42) เพื่อขับไล่อลิซออกจากศาลเพราะเธอสูงเกินหนึ่งไมล์ อลิซกลับปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า "I'm not going and you can't make me" (ฉันไม่ไปและคุณก็บังคับฉันไม่ได้) ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าอลิซเริ่มตระหนักถึงอำนาจและตัวตนของเธอเหนือกว่ากฎเกณฑ์อันไร้สาระของโลกใบนี้
การไต่สวนดำเนินไปอย่างตลกขบขัน เมื่อมีการนำจดหมายฉบับหนึ่งมาเป็นหลักฐานสำคัญ แต่เมื่อ "White Rabbit" (กระต่ายขาว) อ่านจดหมายนั้น กลับไม่มีใครเข้าใจความหมายแม้แต่น้อย อลิซโต้แย้งว่า "I don't believe there's any meaning in it" (ฉันไม่เชื่อว่ามันมีความหมายอะไรเลย) แต่ราชินีกลับแสดงความเผด็จการด้วยการตะโกนว่า "Punishment first decision afterwards" (ลงโทษก่อน ตัดสินทีหลัง) ซึ่งสะท้อนถึงความไร้กระบวนการยุติธรรมในแดนมหัศจรรย์อย่างชัดเจน
เมื่ออลิซเติบโตเต็มที่จนตระหนักได้ว่าคนเหล่านี้ไม่มีอำนาจเหนือเธอ เธอจึงประกาศออกมาว่า "You're nothing but a pack of cards" (พวกคุณก็เป็นแค่สำรับไพ่เท่านั้น) ทันใดนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปตามคำพูดของเธอ ตัวละครรอบข้างกลายเป็นไพ่ที่บินว่อนไปทั่ว ก่อนที่อลิซจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาบน "riverbank" (ริมฝั่งแม่น้ำ) ที่ที่การผจญภัยเริ่มต้นขึ้น
การตื่นขึ้นครั้งนี้ทำให้อลิซได้พบกับพี่สาวของเธออีกครั้ง เธอเล่าถึง "curious dream" (ความฝันอันแปลกประหลาด) ที่เต็มไปด้วยตัวละครมากมาย เช่น "caterpillar" (หนอนผีเสื้อ), "hatter" (ช่างทำหมวก) และ "cat that smiled" (แมวที่ยิ้มได้) เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการอันล้ำลึกที่ทิ้งท้ายไว้ให้เราตั้งคำถามถึงเส้นแบ่งระหว่างความฝันและความเป็นจริง โดยพี่สาวของเธอได้แต่หวังว่า สักวันหนึ่งอลิซอาจจะได้กลับไปผจญภัยในแดนมหัศจรรย์อีกครั้ง